วันนี้ขอเขียนถึงสิ่ง(ไม่ดี)ที่ขอเถอะนะ อย่าได้ทำแบบนี้เลย มันเกี่ยวกับประสบการณ์ตรงของคนรู้จัก 2 กรณี ที่ถือเป็นประสบการณ์ตรงจาก " เรื่องเล่าเศร้านี้ " ตอนที่ 1 ของน้องอดีตนักศึกษาคนหนึ่ง ที่ดิฉันได้มีโอกาสคุยด้วยกับการตื้อไม่เลิก ที่ได้เคยหลบแล้วก็หลบอีกที่ไม่ได้อยากคุยเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย MLM เนี่ย ตอนนั้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัย น้องอดีต นศ.คนนี้ก็พยายามหางานพิเศษทำ เคยโดนหลอกไปข้องเกี่ยวกับธุรกิจ MLM 2 ครั้ง หลังๆ รู้แกวว่าแบบไหนเป็นโฆษณาแนวธุรกิจเครือข่าย MLM ก็ไม่โทรไปหล่ะ แต่พอเรียนจบ ทำงานทางเน็ตก็มีออนไลน์บ้างอะไรบ้าง ก็เห็นโฆษณาแนวธุรกิจเครือข่าย MLM อยู่บ้าง เริ่มเชี่ยวก็หลบพ้นหล่ะค่ะ แต่ก็นะไม่เข้าใจว่าคนที่ทำธุรกิจเครือข่าย MLM เนี่ย สามารถเปลี่ยนวิธีโฆษณาล่อให้คนเกลียดไปได้เรื่อย แต่ทำไมถึง..หาวิธีตรงที่ให้คนไม่เกิดความรู้สึกเกลียดธุรกิจนี้ ไม่ได้หรือ และถึงคิดกันไม่ออกหรืออย่างไร ? อย่างที่บอกเหตุผลว่า สำหรับน้องคนนี้แล้ว..ที่เคยทำแล้วเลิกทำธุรกิจเครือข่าย MLM ไปนั้นเป็นเพราะไม่ชอบ แม้ว่าจะไม่ได้มีทัศนคติไม่ดีอะไรกับพวกธุรกิจเครือข่าย MLM เลยแม้แต่น้อย แต่มันไม่ใช่แนวจริงๆ ไม่ชอบทำจริงๆ ก็เลยไม่ทำ แต่เรื่องทัศนคติมุมลบกับธุรกิจเครือข่าย MLM นี้มันมาผุดขึ้นก็ตอนหางานพิเศษทำนี่แหล่ะ โดนหลอกจากธุรกิจเครือข่าย MLM พวกนี้มากมาย เลยทำให้ไม่ค่อยชอบพวกธุรกิจเครือข่าย MLM สักเท่าไหร่ (ตรงๆ คือ การที่คนไม่ชอบรู้สึกไม่ดีกับธุรกิจเครือข่าย MLM นั้นไม่ได้เป็นเพราะระบบของเครือข่าย MLM แต่เป็นเพราะพฤติกรรมของบุคคลในเครือข่ายนี่แหล่ะสำคัญ) อดีตตอนที่ออนไลน์เน็ตอยู่เห็นมีโฆษณาแจกอาหารเสริมลดความอ้วนฟรี ! พวกนี้ไม่เคยล่อเราได้เลยเพราะไม่เคยอ้วน ไม่อยากคุยว่ามีรูปร่างดีโดยกำเนิด แต่ทีนี้มีเพื่อนสมัยเรียนอยู่คนหนึ่งค่ะ เธออ้วนมากเลย อ้วนจนไม่ไหว เจ้าตัวคิดจะลดความอ้วนหล่ะ เพราะงั้นพอเห็นโฆษณาแนวนี้ก็เลยลองคลิ๊กสักหน่อย ไม่มีบอกรายละเอียดใดๆ บอกแต่แจกฟรีให้ใส่เบอร์โทรศัพท์ เราไม่ค่อยไว้ใจแต่ก็ลองใส่เบอร์เราไป กะว่ามีอะไรก็เปลี่ยนซิมไปเลย โทรศัพท์ไม่ค่อยจะใช้อยู่แล้วด้วย พอผ่านไปได้ 2 อาทิตย์ก็มีคนโทรมา เขาขายอาหารเสริมและชวนเราไปทำธุรกิจเครือข่าย MLM ของ(บริษัทชื่อดังค่ะ) แต่ไม่บอก ไม่อยากโจมตี นี่เล่าประสบการณ์ตรง เธอก็ถามว่าไหนบอกจะแจกให้ทดลอง ทางนั้นบอก ต้องสมัครแล้วจะได้สินค้าไปทดลอง จะให้หยาบอีกไหม (ฟรี! บ้าน_สิ) แบบนี้ไม่ได้เรียกแจกฟรี! เรียกว่า หลอกให้สมัคร อันนี้เขียนถึงไม่ได้โจมตี แต่เขียนให้คิด… คิดถึงคนอื่นบ้างเถอะค่ะ คิดถึงความรู้สึกคนอื่นบ้าง จะมีสักกี่คนกับค่ะที่โดนคนทำธุรกิจเครือข่าย MLM หลอกซ้ำหลอกซากแบบนี้แล้วเค้าจะยังมีทัศนคติที่ดีกับธุรกิจเครือข่าย MLM ของคุณอยู่ได้อีกหรือ
ประสบการณ์ตรงจาก " เรื่องเล่าเศร้านี้ " ตอนที่ 2 น้องสาวอีกคน เล่าให้ฟังว่า..ได้เริ่มรู้จักธุรกิจเครือข่าย MLM ตอนเรียนชั้น ม.3 รู้จักอีกทีเต็มที่กับธุรกิจเครือข่าย MLM ตอนเรียนชั้น ม.5 โดยส่วนตัวเธอไม่ได้มีปัญหาอะไรกับธุรกิจเครือข่าย MLM เลยนะค่ะ ค่อนข้างชอบระบบแผนการตลาดแบบนี้มากอยู่ แต่ถ้าจะบอกให้เธอหาดาวไลน์ หรือขายสินค้าอะไร มันจะไม่ใช่แนวทางของเธอเลย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอรังเกียจ หรือไม่ชอบธุรกิจเครือข่าย MLM อย่างที่บอกไปในการทำธุรกิจนี้ไม่ใช่แต่เพียง MLM คือ ธุรกิจทุกประเภท ผู้ที่ทำธุรกิจนั้นๆ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำเสมอ (เรื่องนี้ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เธอเลิกธุรกิจเครือข่าย MLM ตัวที่เธอชอบ เพราะอัพไลน์ไร้ความรับผิดชอบนี้แหล่ะค่ะ) และที่สำคัญไม่มีความจริงใจ ชอบหลอกลวง ไม่ตรงไปตรงมา..ตรงนี้แหล่ะไม่ดีมากๆ ลองคิดดูนะว่า กับการแค่หาดาวไลน์ เพื่อจะให้คนมาเป็นดาวไลน์ในสายงานของคุณ คุณยังใช้วิธีโกหกหลอกลวงให้เค้ามานั่งฟังบรรยาย ถ้าคุณไม่มีความจริงใจขนาดนี้แล้วดาวไลน์คนนั้นเค้าจะฝากชีวิตไว้กับคุณได้หรือค่ะ ต่อให้เค้าอยากทำธุรกิจเครือข่าย MLM ตัวนี้จริง แต่เค้าก็จะไปสมัครกับอัพไลน์คนอื่น ไม่มีใครอยากฝากชีวิตไว้กับคนหลอกลวงหรอกค่ะ ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง การที่คุณหลอกลวงคนอื่น ขอแค่หลอกล่อให้เข้าไปนั่งฟังบรรยายกับคุณได้ก็ยังพอไหว แต่เมื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้วมีการหลอกต่อให้ซื้อสินค้าจำนวนมากไปกักตุน โดยบอกว่าจะช่วยขายให้ ช่วยหาสายงานมาต่อให้ แล้วเอาสินค้าที่ซื้อไว้พวกนี้ไปให้แทน พยายามหว่านล้อมชักจูงให้ไปหาเงินมาจ่ายซื้อสินค้าหลักหมื่น เพื่อให้ตัวเอง(อัพไลน์)ได้ค่าคอมมิสชั่นเพิ่มมากขึ้น ตรงนี้สิไม่ควรอย่างยิ่งเลย…
ดิฉันขอยกตัวอย่างเพิ่มเติมกับเรื่องที่เคยเจอ มีนักศึกษาต่างจังหวัดคนหนึ่ง คิดจะมาหารายได้พิเศษเพื่อจ่ายค่าเทอมนี่แหล่ะค่ะ คุณลองคิดดูว่า เมื่อนักศึกษาคนนี้ในขณะนั้นเค้าจนมาก สิ่งหนึ่งที่เค้าอยากได้ก็คือ งานเสริมพิเศษ ขอทำงานอย่างที่มีการรับประกันรายได้จริงๆ เพราะเค้าจะต้องเตรียมเงินไว้จ่ายค่าเทอม แต่ถ้าคุณหลอกเค้าให้ไปฟังการขายฝันของคุณได้ สิ่งที่เค้ารู้สึกก็คือ (ขอหยาบนิดนะค่ะ เดี๋ยวสื่อความรู้สึกไม่ชัดเจน) แ_’ง หลอกกอสระอูมาเสียเวลาฟัง_’าอะไรวะเนี่ย ไม่เห็นได้อะไรเลย..เสียเวลา ประมาณนี้แหล่ะค่ะนั่นคือ ความรู้สึกที่คุณจะสร้างให้เกิดขึ้นในใจเค้าคือ หงุดหงิด น่ารำคาญ และโมโหที่ถูกหลอก แล้วก็มีแนวโน้มมาว่า เค้าจะเกลียดธุรกิจเครือข่าย MLM ไปเลยโดยตีความว่า คนทำธุรกิจเครือข่าย MLM มันก็ไอ้พวกหลอกลวง
แต่ถ้าคุณไม่หลอกเค้า บอกเค้าตรงๆ ตั้งแต่ต้น ในตอนนั้นต่อให้เค้าอาจไม่เข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย MLM กับคุณก็จริง พอเมื่อเค้าเรียนจบ มีงานทำ มีเงินมากพอที่จะซื้อสินค้า หรือจ่ายค่าสมัครต่างๆ ได้ ไม่คิดบ้างเหรอค่ะว่า สักวันถ้าคุณได้มาเจอเค้าอีกครั้ง ครั้งนี้..วันนี้เค้าอาจจะยอมเปิดใจฟังแผนการตลาด ทดลองใช้สินค้า และยอมเข้าร่วมทำธุรกิจเครือข่าย MLM กับคุณก็ได้ เห็นไหมมันมีโอกาสอย่างนั้นแน่ๆ ค่ะ ถ้าเค้าไม่เกลียดสิ่งที่เรียกว่า ธุรกิจเครือข่าย MLM ไปเสียก่อน นั่นเป็นประสบการณ์จริงที่สะท้อนปัญหาของธุรกิจเครือข่าย MLM ทุกวันนี้..
จากทั้ง 2 กรณี เป็นเหตุผลที่ทำให้ดิฉันถึงหันมาเน้นการทำธุรกิจเครือข่าย MLM ออนไลน์มากกว่าทำออฟไลน์ และต่อให้ตอนนี้ดิฉันทำธุรกิจเครือข่าย MLM แบบออฟไลน์อยู่ ดิฉันขอบอกอีกว่า ไม่เคยมีความคิดที่จะทำธุรกิจ MLM นี้แล้วต้องทำให้ใครเดือดร้อนเหมือนกับประสบการณ์ตรงอันเลวร้ายของน้องๆ ตามเรื่องราวที่ได้นำมาเขียนให้อ่านเลย สนใจอยากพบกับสิ่งดีดี ที่เรียกว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ ใส่อีเมล์ของคุณลงด้านข้างนี้ได้ แล้วคุณก็จะได้รับเรื่องราวดีดี ทุกครั้งที่ดิฉันเขียนใหม่


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น