วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555

ปั่นอะไร...จะหนักเท่าปั่น เ งิ น MLM

เมื่อก่อนมีคนมาเล่าให้ฟังก็ไม่เชื่อว่า ในธุรกิจเครือข่ายมีการปั่นเงินได้ด้วย พอมารู้ที่หลัง ก็เลยทำการศึกษาว่ามันเป็นอย่างไร ตอนนี้รู้แล้วว่า ธุรกิจประเภทนี้มันมีวิวัฒนาการมาจากแชร์ลูกโซ่ เพียงแต่ได้เปลี่ยนวิธีการและรูปแบบในการดำเนินธุรกิจใหม่ โดยการนำเอาสินค้าและบริการมาใช้บังหน้า ธุรกิจนี้จะมีการโฆษณาชวนเชื่อแอบอ้างบุคคลสำคัญ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และอวดอ้างสรรพคุณสินค้าจนเกินจริงเพื่อดึงดูดความสนใจและทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น ธุรกิจขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่จะเน้นการหาสมาชิกเข้าร่วมเครือข่ายเป็นหลัก ไม่เน้นการขายสินค้า สินค้าส่วนใหญ่ที่นำมาขายตรงได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สมุนไพร อัญมณี และคอร์สการเรียนหลักสูตรต่างๆ
กลุ่มเป้าหมายที่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่มักเป็นผู้มีรายได้ปานกลาง หรือนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางานทำ ผู้ประกอบการจะใช้วิธีการลงประกาศทางหนังสือพิมพ์รับสมัครงานในตำแหน่งต่างๆ แต่แท้จริงแล้วเมื่อมีใครหลงเข้าไปผู้ประกอบการจะให้สมัครสมาชิกเพื่อทำธุรกิจขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ข้อสังเกตพฤติกรรมของธุรกิจขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่มีดังนี้
1. ขายตรงแอบแฝงผ่านแบบแชร์ลูกโซ่

เป็นธุรกิจแอบแฝงจากธุรกิจขายตรง (MLM) มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจโดยการชักชวนประชาชนให้สมัครเป็นสมาชิก โดยมีสินค้าบังหน้าเท่านั้น สมาชิกที่เข้าร่วมธุรกิจจะได้รับผลตอบแทนในอัตราสูงตามเงื่อนไขที่กำหนด

2. ธุรกิจขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่มีความแตกต่างจากธุรกิจขายตรง
เนื่องจากธุรกิจขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่จะมีการเก็บค่าสมัครสมาชิกและบังคับให้ซื้อสินค้าคุณภาพต่ำ ราคาสูง ไม่มุ่งเน้นการขายสินค้า แต่เน้นให้หาสมาชิกใหม่เพื่อรับผลตอบแทนจากการหาสมาชิกเพิ่ม แต่ธุรกิจขายตรงเน้นการขายสินค้าและสร้างองค์กร เพื่อให้เกิดการขายมากขึ้น รายได้เกิดจากยอดขายสินค้า

3. ธุรกิจขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่ มีการดำเนินงานอย่างเป็นขบวนการ
มีแม่ทีม มีสายงานการออกหาสมาชิกเพิ่ม หากสามารถหาสมาชิกได้มากจะได้รับผลตอบแทนสูง ซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับนั้นมาจากเงินของสมาชิกใหม่ ไม่ได้เกิดจากการขายสินค้า นอกจากนี้ยังมีธุกิจอีกประเภทที่เข้าข่ายเป็นธุรกิจขายตรงแบบแชร์ลูกโซ่คือ การจัดสรรวันหยุดพักผ่อนแบบ Time Sharing เป็นการประกอบธุรกิจบริการ เช่น บริการสถานที่พักตากอากาศ สถานที่ออกกำลังกาย โรงแรม รีสอร์ท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะให้บริการแก่สมาชิกเท่านั้น หากผู้ใดสนใจต้องสมัครเป็นสมาชิก โดยเสียค่าสมาชิกตามอัตราที่กำหนด เมื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้วจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการท่องเที่ยว และสิทธิประโยชน์ที่สำคัญที่ทำให้คนหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อของธุรกิจนี้คือ ผลประโยชน์ตอบแทนที่จะได้รับเมื่อสามารถหาสมาชิกใหม่ได้ กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจจัดสรรวันหยุดพักผ่อนแบบ Time Sharing อาจเป็นในหมู่ญาติพี่น้องที่มักถูกชักชวนจากคนใกล้ตัวให้สมัครเป็นสมาชิกและที่ร้ายไปกว่านั้นสมาชิกของธุรกิจนี้มากกว่า 80 % เป็นคนต่างจังหวัดที่มีฐานะยากจน แต่เพียงต้องการที่จะได้รับผลตอบแทนสูง ๆ จึงมาสมัครเป็นสมาชิก บางคนต้องจำนองที่ดิน จำนำทรัพย์สิน เพื่อนำเงินมาจ่ายเป็นค่าสมัครสมาชิก แท้จริงแล้วผลประโยชน์ตอบแทนที่ได้รับนั้นเกิดจากเงินที่มีคนมาสมัครเป็นสมาชิกใหม่ หากไม่สามารถหาคนมาสมัครสมาชิกใหม่ได้ก็จะไม่สามารถจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ได้ และเมื่อถึงเวลานั้นธุรกิจจะปิดตัวลงทำให้คนที่เป็นสมาชิกได้รับความเสียหายเป็นเงินจำนวนมากและไม่สามารถใช้สิทธิในการท่องเที่ยวได้อีกด้วย

ทุกรูปแบบ ทุกกระบวนการ เจตนาทำมาเพื่ออยากได้เงินเร็วจากการทำธุรกิจ ไม่ได้ต้องการให้ ต้องการช่วยเหลือคนแบบจริงๆ มันเป็นภาพลวงตาที่รู้ความอยาก ความต้องการของคน ก็นำสิ่งนั้นมาใช้เป็นตัวล่อให้ติดกับ เมื่อคนชอบอะไรแบบนี้ ที่เร็วๆ ไม่รับผิดชอบ ก็ติดกับทันที กว่าจะรู้สึกตัวก็สายเสียแล้ว บางคนโดนหนักๆ เสียหายเป็นล้านบาทก็มี เพราะฉะนั้น นักธุรกิจไม่ว่าหน้าใหม่ หรือหน้าเก่า ขอให้ทุกคนคิดอย่างดีก่อนตัดสินใจลงมือทำ ไม่เช่นนั้นก็จะโดน " ปั่นเงิน " ได้นะจะบอกให้ค่ะ

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

เหตุแห่งความสำเร็จที่แท้จริง คือ...



ความสำเร็จที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง...จะเกิดขึ้นได้
 จำเป็นอย่างยิ่ง...ถ้าเรารู้จักการพัฒนาทักษะชีวิตในทุกๆด้าน เพื่อเอาไว้ต่อสู้กับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น และเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการลงมือทำธุรกิจเครือข่าย MLM ที่ดีที่สุดของคุณ ด้วยเหตุผลมาจากความล้มเหลวในชีวิตที่แท้จริงก็คือ “ทัศนคติ” ที่อยู่ในตัวของทุกๆ คนนั่นเอง ความเชื่อ ทัศนคติ และวิธีคิดที่ถูกต้องจะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น เราจะสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตด้วยตัวเราเองก็ต่อเมื่อเราได้รู้วิธีการในการจัดการกับวิธีคิดและทัศนคติที่ถูกต้องเท่านั้น  เพื่อนๆ ชาวนักธุรกิจเครือข่าย MLM ที่รัก หากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างจริงจัง คุณไม่ควรพลาดโอกาสที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่จะเขียนต่อไปนี้ และทุกเรื่องราวจากบทความในเว็บไซต์นี้ ที่ดิฉันได้นำมารวบรวมไว้จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงความตั้งใจแน่วแน่ต่อเป้าหมายและความพยายามที่น่ายกย่องของคุณที่ได้อ่าน
เพราะความรู้ที่นำไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริง คือ หนทางที่ทำให้คุณพร้อมครอบครัวได้ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ และสิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือ สิ่งที่สามารถควบคุมได้ด้วยตัวของคุณเองอย่างแท้ จริง ..นั่นก็คือ ตัวคุณ ..ดิฉันขอเริ่มต้นประสบความสำเร็จจากเรื่องนี้เลยค่ะ
" ทัศนคติ " ในความหมายของดิฉัน หมายถึง ทางที่เราเลือกมองสิ่งต่างๆให้มันเป็นไปในด้านใดด้านหนึ่ง เพราะเราจะมีความเชื่อในทุกๆ สิ่งที่มองเห็นให้เป็นไปในรูปแบบไหนก็ตาม เหตุผลที่นำมาสนับสนุน ความเชื่อที่ทำให้เรามองเห็นว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ…นั่นก็คือ “ประสบการณ์จากการเรียนรู้เมื่อในอดีต” ของเรานั้นเอง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดี หรือเรื่องเลวร้าย…ความภาคภูมิใจในความสำเร็จเมื่อครั้งอดีต การเจ็บปวดจากความล้มเหลว ความกลัว และความกล้าฯลฯ…ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราเมื่อในอดีต ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้เรามีความเชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

การเปลี่ยนความเชื่อ เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน : เป็นประโยคที่สนับสนุนความเชื่อของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกๆคน และเมื่อใดก็ตามที่เราได้เปลี่ยนทัศนคติ วิธีคิด และความเชื่อนั้นๆ แล้ว…ความเชื่อที่มาจากสมองของเราจะถูกสั่งการออกไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นทางใบหน้า แขน หรือ ขา ฯลฯ  นั่นก็คือ การกระทำที่ถูกสั่งการโดยความคิด ไม่ว่าจะทำด้วยความเคยชิน…ความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม…

การที่เราจะคิดผิด หรือคิดถูก : ถ้ามันถูกสั่งการให้ลงมือทำโดยสมองของเราแล้ว เราเท่านั้นที่ต้องเป็นคนรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้กระทำลงไป 100% ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับคนอื่นๆเลยแม้แต่นิดเดียว และเราเท่านั้นที่จะต้องรับผิดชอบในชีวิตของเราเอง ไม่ว่าเราจะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนก็ตาม “เราเท่านั้นที่เลือกได้” เมื่อวิธีคิดกำหนดวิธีการกระทำ ความคิดที่แตกต่าง ย่อมส่งผลให้กระทำในสิ่งที่แตกต่าง ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างเสมอ
เหมือนภาพดวงอาทิตย์ที่มีให้เห็นนี้ คุณล่ะค่ะ คุณมองภาพที่เห็นเป็นแบบไหน? ตะวันกำลังจะตกดิน หรือ ตะวันกำลังจะโผล่ขึ้นมา ถึงตอนนี้คุณพอจะมองออกแล้วใช่ไหมค่ะกับคำว่า “ทัศนคติ” แล้วเราต้องมีวิธีคิด หรือทัศนคติแบบไหนถึงจะทำให้ประสบความสำเร็จได้? งั้น..เรามาเริ่มกันเลยค่ะ มันไม่ีมีความลับอะไรเลย ขอเพียงสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเอง โดยเริ่มต้นเรียนรู้วิธีการจากที่นี่ให้เข้าใจ แล้วลงมือทำตามทันทีจากพื้นฐานง่ายๆ

" ปฏิเสธ " คำคู่กันกับธุรกิจ MLM

ตั้งแต่ได้เริ่มต้นทำธุรกิจนี้มา มีหลายเหตุผลที่คนทั่วๆ ไปปฏิเสธ การทำธุรกิจ MLM หรือระบบเครือข่ายขายตรง ด้วยมีความรู้สึกส่วนตัว หรือคำกล่าวอ้างตามคำบอกเล่า ของผู้คนรอบข้างและเหตุผลที่ได้ยินมามากๆ จนชินหู และกลายเป็นคำคู่กันกับธุรกินี้ไปเสียแล้ว เช่น
  • ไม่ชอบงานขาย (ถนัดแต่ขายแรงงาน ขายความรู้ ความสามารถในอัตรากำหนด)
  • อยู่แบบนี้สบายแล้ว (สบายจริงเหรอ..ใกล้สิ้นเดือนทีเหมือนจะสิ้นใจ..ธุรกิจเงินนอกระบบ ถึงฟูเฟื่อง)
  • มีคนคัดค้าน ทั้งๆที่ยังไม่พิจารณา (ประเภทพวกลากไป?ความคิดต้องอิงคนอื่น)
  • อ่านรูปแบบธุรกิจไม่ออก (ชีวิตนี้ อยู่แค่โลกแคบๆ..ไม่เคยศึกษาอะไรเพิ่ม)
  • ไม่ชื่นชอบอาชีพนี้ (ชอบงานแต่งตัวสวยๆ ทำงานห้างชื่อดีๆเพราะๆ ห้างใหญ่ๆ เงินเดือนน้อยช่างมัน..) ฯลฯ
แต่ทุกคนหารู้ไม่ว่าอาชีพนี้ หรือธุรกิจนี้สามารถสร้างความร่ำรวย ด้วยสองมือสองเท้า และชีวิตก้าวไกลอย่างสง่างาม ในความเป็นจริงธุรกิจอาชีพนี้ เราก็ไม่ได้ไปง้อ ไม่ได้ไปขอ และไม่ได้ไปตื้อ และที่สำคัญผู้ทีจะทำอาชีพนี้ต้องมีความคิดเป็นเชิงบวกเป็นด่านประการแรก ยกเลิกความคิดเชิงลบทิ้ง จึงขอจำแนก ความคิดเชิงลบของคนที่เข้ามาแล้วมักจะมีคำถามเชิงลบ อยู่ในตัวเองในประการ ด่านแรก
คิดว่าเขาไม่สมัครเข้าร่วมกับธุรกิจเรา เพราะเขาคิดไว้ล่วงหน้าก่อนเลยว่า เขาคงไม่สมัครเข้าร่วมธุรกิจกับเราก็เพราะตัวเราเองยังไม่เข้าใจในธุรกิจ MLM หลายๆ ประการ เช่น
1.เป็นงานที่ต้องพบคน
2.เป็นงานที่จะเจอคำปฏิเสธ ก่อนเสมอ
3.เป็นธุรกิจไม่มีการโฆษณา
4.เป็นงานสถิติคือ เป็นอัตราส่วนระหว่างความล้มเหลว กับความสำเร็จ
5.เป็นงานที่ต้องบังคับตัวเอง
6.เป็นงานต้องบริการ
7.เป็นงาน ต้องอาศัยทีมช่วย
8.เป็นงานที่ต้องลงทุนในเรื่องกำลังใจ
9.เป็นงานที่กำหนดชีวิตตัวเองได้
การที่คิดว่า เขาไม่มาสมัครกับเรา มันเข้าตำรา? อยากถูกหวยรวยสตางค์ แต่ยังไม่ซื้อ อยากมีชื่อเป็นนักประพันธ์ แต่ยังไม่เขียน อยากเป็นยอดผู้นำไม่พากเพียร จวบจนเกษียณ มันก็ยังเป็นเหมือนเดิม? หากแบ่งเป็นกลุ่มๆ สามารถแยกย่อยได้ ดังนี้
พวกจริงจังกับการปฏิเสธ
เมื่อพบคำว่าไม่จากผู้มุ่งหวังที่ไปพบปะผู้คนเพื่อขาย หรือผู้ที่ที่จะชักนำมาเป็นสมาชิก หรือที่เรียกว่าสปอนเซอร์ ก็ไม่พยายามต่อไป เข้าข่ายคนรักปฏิเสธหน่อย แทบโดดตึก..ให้นึกถึง คำพังเพย ตรงนี้ ดักลอบต้องหมั่นกู้?

พวกคนอยู่ใกล้ ไม่ใช่ของตายเสมอไป
เห็นคนอยู่ใกล้ๆ รอบข้างไงๆ ก็ต้องสมัคร ตกม้ามาแย๊ะ แล้วหากไม่ทำการบ้านก่อนพูด หรือขักขวนให้ดี การเริ่มต้นกับคนรอบข้างก็อาจจะไม่พบความสำเร็จก็ได้ เพราะฉะนั้นก่อนเริ่มควรเสริมความมั่นใจ

พวกรอให้ข้อมูลตนเองแน่นอนก่อน
ประเภทจะรอให้ตัวเองสำเร็จ โดยยังไม่คิดลงมือทำ ร้องเพลงรอแบบข้าวคอยฝน ไม่คิดหาข้อมูล บริษัท สินค้า หรือการตลาด ตลอดจนคู่แข่งทางด้านธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นหมั่นศึกษาข้อมูลแต่วันนี้ แล้วเราจะสำเร็จ

พวกชวนคนตามที่เขาบอกมาในแผน
ในแผนการตลาดมักจะพูดถึง การชักชวนคนมาเป็นสมาชิก หรือสปอนเซอร์ เพียง2-3คน ก็ทำเหมือนแผน แล้วก็ไปนอนรอเงินที่จะโอนเข้าบัญชี โดยฝันหวานว่ารวยแน่เรา โดยไม่คิดชักชวนเพิ่ม เพราะคนที่เราชวนมาทำไปก็อาจนึกล้าไม่อยากทำ การพูดในแผนเขาหมายถึง ชวนมาแล้วเขาทำแบบจริงจัง จึงจะไปตามแผน แต่ในทางเป็นจริงจิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง ความคิดคนเราบางทีวันนี้แบบนี้ พรุ่งนี้ไปอีกแบบ เราไปบังคับเขาไม่ได้

พวกผัดวันประกันพรุ่ง
คำว่าเอาไว้ก่อนน่า พรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า หรือเดือนหน้า ให้ลบออกจากพจนานุกรมในความคิดเรา การเริ่มช้าย่อมสำเร็จช้า ตลาดก็เริ่มจะมีช่องทางน้อยลงไปด้วยเพราะมีคนแย่ง และช่วงชิงไปแล้ว ทำให้เราทำงานยากขึ้น ในที่สุดก็ล้มเลิกไปไม่อยากทำ 100 ทั้ง100 ผู้ประสพความสำเร็จ เขาจะถือคติ สายน้ำไม่เคยคอยท่า เวลาไม่เคยคอยใคร ไม่มีใครจะคิดยึดคติในอาชีพนี้ว่า ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ ก็มีหวังคงได้พูดกันอีกนาน แล้วก็หายไปเพราะล้มเลิก

สุดท้าย เกี่ยวกับการปฏิเสธก็คือ สิ่งต่างๆ ต้องพัฒนา แต่ไม่ทำ
การไม่พัฒนาบุคลิกภาพทำตัวเซอๆ แบบศิลปินเดี่ยว ศิลปินหมู่ หรือมีหน้าตายังกับโจรแถวมุมตึก ต้องเลิกเป็น ควรหันมาพัฒนาให้มันดูดี ดูภูมิฐาน สร้างความมั่นใจแก่ผู้พบเห็น ทำให้อยากพบปะพูดคุยด้วย ควรยกเลิกคติที่อดีตผู้นำประเทศท่านหนึ่งเคยพูดไว้ที่ว่า แมวสีอะไรก็ได้ขอให้จับหนูได้ก็แล้วกัน  แต่สำหรับอาชีพนี้มันนำมาใช้ไม่ได้ในวงการ ทางที่ดีดิฉันขอให้ใช้หลักการนี้ดีกว่านั่นคือ หลัก 6s เพื่อให้เกิดการยอมรับที่ดี ดังนี้
Smart คือดูสง่า น่าเชื่อถือ และน่าไว้ใจ
Smile คือ ร่าเริง ยิ้มแย้ม แจ่มใส
Speak คือการรู้จักพูดจา มีวิธีการพูด
Seek คือ รู้จักค้นหาความต้องการ และการใส่ใจคู่สนทนา
Service คือ การบริการ และช่วยเหลือ
Satisfaction คือ ทำให้ผู้มาติดต่อ เกิดความพึงพอใจ
ทุกหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการปฏิเสธ ดิฉันหวังไว้ว่า เมื่อทุกคนได้อ่านจนเข้าใจแนวทางการตอบแล้ว คงจะยอมรับได้นะ มันเป็นเรื่องปกติของคนที่ทำธุรกิจนี้ต้องโดนกันอย่างเป็นธรรมชาติไปแล้ว อย่าได้ตกใจ มองให้ดีแล้วทีนี้มันจะกลายเป็นประสบการณ์อันมีค่ายิ่ง

วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

บทเรียนที่ผิดพลาด

ก็มีบ้างที่ชีวิตไม่พบกับความสำเร็จ หากไม่เข็ดเสียเวลาหลงเป้าหมาย ถูกล้างสมองมอบชีวิตให้อัพไลน์ เกิดพลั้งผิดธุรกิจล้มไปใครเหลียวมอง ดิฉันอยากจะบอกว่า ธุรกิจประเภทเครือข่าย หรือเรียกว่าธุรกิจ MLM นั้นจะมีกี่คนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง (รายได้เลขหกหลักต้นๆ) เรียกได้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนั้น มีเพียงแค่ร้อยกว่าคน แต่คนล้มเหลวมีมากจำนวนหลายล้านคน ถ้าคุณมี ต้นทุน ไม่มากพอ  ไม่ได้มีการศึกษาสูงที่จะชักชวนใครได้  ไม่รู้จักมิตรสหายบริวารมากมายที่จะเข้าไปพูดคุยและลงท้ายด้วยการแนะนำสินค้า  เสียเงินซื้อสินค้ามาใช้มากมายแล้วแต่ก็ยังหาดาวน์ไลน์ใหม่ๆ ไม่ได้  แล้วยังไม่เข็ด ไม่ฟังคำเตือนจากคนที่มีประสบการณ์เคยล้มเหลวกับธุรกิจนี้มาแล้ว คุณจะต้องพบกับคำว่า เสียเวลา เพราะเมื่อคุณได้เข้าไปข้องแวะกับธุรกิจนี้ คุณจะเคลิบคลิ้มไปกับภาพของความสำเร็จ  ตัวเลขรายได้  สไลด์บ้านหลังโต  รถราคาแพง  และภาพวิวทิวทัศน์อันสวยงามจากการได้ท่องเที่ยวฟรีที่เหล่าอัพไลน์นำมาเป็นตัวหลอกล่อให้คุณทำงาน เพื่ออัพไลน์ของคุณจะได้มียอดขายเพิ่มมากขึ้น  ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น  และคุณต้องพบกับคำว่า หลงเป้าหมาย ที่จะใช้เวลาตั้งใจเรียนให้มีอนาคต  ดูแลครอบครัวให้มีความสุข  และแม้แต่ตั้งใจทำงานเพื่อสังคม เพราะคุณได้ถูกสร้างมโนภาพให้คิดเพียงแค่ว่า ความสำเร็จ  ตัวเลขในบัญชี  บ้านหลังโต  รถราคาแพง และการท่องเที่ยวรอบโลก นี้เป็น ความสุขที่แท้จริงสำหรับคุณ  และถ้าหากคุณหลงเข้าไปร่วมประชุม หรือทำกิจกรรมกลุ่มกับเหล่าอัพไลน์ของคุณ   คุณ…..จะค่อยๆถูกล้างสมองไปทีละนิดๆ โดยไม่รู้ตัวด้วยจิตวิทยากลุ่ม  พร้อมทั้งค่อยๆ ขายเวลาและความคิดที่คุณมี  ให้กับธุรกิจของเขา  โดยเข้าใจว่าเป็นธุรกิจของคุณ หากคุณถูกล้างสมองมากขึ้น คุณก็จะมอบชีวิตทำงานให้เขาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่รู้ตัว และหลงเชื่อคำล่อหลอกที่เหล่าอัพไลน์ของคุณพูด เพื่อให้คุณทำงานให้เขาอย่างเต็มที่ เช่น เป็นดาวน์ไลน์ที่ดีต้องเชื่อฟังอัพไลน์ ดาวน์ไลน์คนไหนเชื่อฟังอัพไลน์ เลียนแบบอัพไลน์เก่งๆ คนนั้นก็จะประสบความสำเร็จ ขึ้นตำแหน่งสูงและรวยได้เร็ว

สุดท้าย ถ้าคุณไม่ได้เป็นทรัพยากรเกรด A ที่สร้างความสำเร็จให้แก่เขา  ชีวิตคุณจะถูกมองอย่างหมดค่าหมดความหมายในสายตาของเขาทันที  อัพไลน์คนไหนจะยกหูโทรศัพท์โทรหาคุณ ถ้าคุณไม่ได้ซื้อสินค้าชิ้นใหญ่  อัพไลน์คนไหนจะมาจับมือคุณ ถ้าคุณชวนคนมาไม่ได้  อัพไลน์ของคุณเพียงชวนคนใหม่มาทำงานให้เขา และทิ้งทรัพยากรเก่าที่ไร้ค่าเช่นคุณให้เคว้งคว้าง คุณจะจบชีวิตที่แย่ยิ่งกว่าพนักงานที่ถูกไล่ออกเสียอีก เพราะพนักงานเหล่านั้นยังเรียกร้องได้ค่าชดเชยต่างๆ ที่กฎหมายรองรับ กำลังใจสุดท้ายที่อยากเตือนแด่ผู้หลงผิด คือ คุณแค่จบชีวิตด้วยการถูกหลอกใช้แค่นั้นเอง เหมือนถูกแฟนหลอกใช้ ถูกเพื่อนหลอกใช้ ถูกเจ้านายหลอกใช้แค่นั้นเอง เพราะคงไม่มีใคร…..ที่จะเหลียวมาสนใจคุณ และเพราะคงไม่มีใคร…..ที่จะมาคิดถึงกระดาษชำระแผ่นหนึ่งที่ใช้แล้ว เมื่ออ่านจนถึงตรงนี้ อยากบอกย้ำอีกว่าเป็นเรื่องจริงค่ะ 
มันหมดยุคแล้วที่จะต้องเป็นแบบนั้น ไม่มีอีกแล้ว..ถ้าเราเริ่มต้นด้วยการให้ ที่เป็นการเริ่มต้น การให้ด้วยใจ ให้ด้วยการอยากเห็นผลที่ดีเกิดขึ้นกับคุณ ให้ที่ไม่ได้ต้องการอะไรอย่างที่เขียนให้อ่านข้างต้น ให้โอกาสใหม่ ให้แนวคิดใหม่ ให้วิธีการใหม่ ให้ทุกอย่างใหม่ รับรองไม่เหมือนเดิม และหมดกังวลไปได้เลย ด้วยใจจริงแท้แน่นอน...ที่นี่ มีสิ่งใหม่ๆ รอคุณอยู่ 

หยุดทำเถอะ ! (ถ้าไม่ได้ผล)

การที่ทำอะไรแล้วไม่ได้ผล คิดว่าอยากจะทำต่อไหม ถ้าตอนนี้คุณกำลังเหนื่อย ! กับการทำธุรกิจเครือข่ายด้วยเทคนิคและวิธีการที่ไม่ได้ผลอยู่หรือเปล่า? ถ้าตอนนี้คุณกำลังรู้สึกว่าจะไปต่อไม่ไหวแล้ว  ตัวดิฉันเอง ก็เคยเหนื่อยแบบเดียวกับคุณเช่นกัน เพราะดิฉันเคยได้รับการสอนให้ทำธุรกิจเครือข่ายในวิธีการแบบเดิมๆมาก่อน เช่น การชวนคนทุกคนที่เข้ามาในชีวิตเรา, การแจกใบปลิว, การตีหน้าเศร้าขอความเห็นใจ เพื่อชวนเพื่อนหรือญาติ เข้าร่วมธุรกิจ, การชวนคนไปงานเปิดโอกาสทางธุรกิจตามโรงแรม,การยอมตื๊อผู้มุ่งหวังให้สมัครทำธุรกิจกับเราและอีกสารพัด ฯลฯ
ตอนแรกๆนั้น ดิฉันตื่นเต้นมากๆ ในการเข้าร่วมธุรกิจ จากคำโฆษณาว่าทุกคนสามารถทำได้ และรวยเร็ว ดิฉันถูกสอนให้ลิสต์รายชื่อ คนรู้จักอย่างน้อย 100 คน เพื่อนำเสนอหนทางในการสร้างรายได้เพิ่ม จากการเข้าร่วมธุรกิจกับเรา ผ่านทางโทรศัพท์ แต่สิ่งที่ดิฉันได้รับจากการใช้วิธีการเหล่านี้ก็คือ…คำปฏิเสธ  เชื่อว่าคุณเองก็คงโดนเหมือนกัน รู้สึกไม่ดีใช่ไหมค่ะเมื่อถูกปฏิเสธ และเมื่อดิฉันกลายเป็นผู้ที่ญาติพี่น้อง และเพื่อนไม่อยากคบหาอีกต่อไป อัพไลน์ดิฉันสอนว่า…ให้ซื้อรายชื่อผู้มุ่งหวังเพื่อโทรชวนคนเหล่านั้นต่อไป…แต่ทำไม…สิ่งที่ดิฉันได้รับก็คือ การถูกปฏิเสธเสมอๆ  หนำซ้ำยังเสียเงินมากมายไปกับการซื้อรายชื่อผู้มุ่งหวัง ที่ไม่ได้สนใจในสินค้า และไม่ใช่ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมธุรกิจกับดิฉันจริง วิธีการที่เขาสอนให้ทำกันในวงการธุรกิจเครือข่ายมันเวิร์คจริงหรือ? ดิฉันเห็นผู้คนมากมาย ล้มเหลว ตายออกจากธุรกิจกันเป็นเบือ  และในที่สุด…ดิฉันก็กลายเป็นนักธุรกิจถังแตก เงินหมด  สปอนเซอร์ใครไม่ได้เลยนอกจากญาติตัวเอง

จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายที่ดิฉันถอดใจที่จะทำธุรกิจเครือข่ายอีกต่อไป ดิฉันก็ได้พบกับวิธีที่พลิกวิกฤตในการทำธุรกิจเครือข่าย ให้กลายมาเป็นนักธุรกิจเครือข่ายที่สปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังได้โดยไม่ต้อง ซื้อรายชื่อ…ไม่ต้องโทรเพื่อชวนใครให้เข้าร่วมธุรกิจอีกต่อไป
* วิธีการดึงดูดผู้มุ่งหวังที่เต็มใจ และกระหายที่เข้าร่วมธุรกิจของเราได้อย่างไม่รู้จบ
* วิธีการที่ทำให้เราขยายธุรกิจให้โตขึ้นแซงหน้าอัพไลน์ได้
* วิธีการที่ทำให้เราสร้างรายได้ไม่รู้จบ
* วิธีการที่เปลี่ยนชีวิตนักธุรกิจเครือข่ายผู้ล้มเหลวในการสร้างธุรกิจ  ให้กลายเป็นผู้นำที่
   ประสบความสำเร็จในทุกธุรกิจที่เข้าร่วม

วิธีการเหล่านี้ได้ถูกทำให้เป็นหลักสูตรขึ้นมา ปัจจุบันมีการสอนและถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของอาจารย์ดิฉัน (โค้ชที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ) ผู้ซึ่งเคยทำธุรกิจเครือข่าย MLM และเป็นผู้ที่เข้าใจธุรกิจหลายด้าน ท่านได้เรียนรู้ความลับสำคัญจากผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับโลกในวงการธุรกิจเครือข่าย โดยได้แสดงให้เห็นในธุรกิจเครือข่ายได้ ถึงตอนนี้เมื่อใครมาเรียนแล้วก็สามารถสปอนเซอร์ทีมงานเข้าร่วมธุรกิจเครือข่ายได้ง่ายกว่าเดิม และสร้างผลลัพธ์อย่างที่นักธุรกิจเครือข่ายทั่วไป ใครที่อยากรู้เหลือเกินว่าจะทำแบบนั้นบ้างได้อย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป ซึ่งหลักสูตรนี้จะมีเปิดให้เรียนในครั้งต่อไป เร็วๆ นี้ ท่านจะสอนให้คุณได้เข้าใจเลยว่า  วิธีการสร้างธุรกิจเครือข่ายให้เกิดผลลัพธ์นั้นคุณต้องรู้อะไร ต้องทำอะไร  และต้องมีระบบอย่างไร  เพื่อให้เรามีแรงดึงดูดเหมือนมนุษย์แม่เหล็ก ให้ผู้คนมากมาย อยากสมัครเข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย MLM กับเราเอง ดิฉันขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งว่า ให้เตรียมตัวเรียนรู้เอาไว้ แล้วความลับจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป...

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

เงิน..นั้นสำคัญไฉน ?


ตั้งแต่ทำธุรกิจ MLM นี้มา มีหลายคนคงจะมีคำถามว่า MLM ต้องลงทุนมากไหม ถ้าไม่มีเงินจะทำธุรกิจเครือข่าย MLM ได้ไหม ดิฉันขอบอกว่า ธุรกิจ คือ การใช้เงินเพื่อหาเงินให้มากขึ้น หรือการลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่มากกว่าเงินลงทุน แล้วฉันไม่มีเงินหละต้องทำอย่างไร ความจริงแล้วแก่นแท้ของปัญหาจริง ๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋า หากแต่ขึ้นอยู่กับความต้องการ คือ ความต้องการที่จะลงมือกระทำ หากเราบอกกับคนเหล่านั้นว่า หากคุณสามารถหาเงินมาให้ดิฉันได้ 1,000 บาทภายในวันนี้ ดิฉันจะให้เงินคุณ 100,000 บาท คุณคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นจะทำอย่างไร จะหาเงินมาให้เราได้กี่คน แน่นอนค่ะ 100% หลายต่อหลายคนในธุรกิจนี้เพียงแต่ หวัง ว่าจะมีรายได้จากธุรกิจ แต่ไม่มีความต้องการ ไม่ต้องการจะลงมือกระทำ เพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้จากธุรกิจ ความหวังและความต้องการจึงมีข้อแตกต่างกันอย่างมากมาย  ดิฉันขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพเลยนะค่ะว่า สมมุติว่าคุณนอนดูทีวีอยู่ที่บ้าน เห็นโฆษณาเกี่ยวกับอาหารแล้วจู่ๆ อยากกินสเต็กที่หน้าปากซอยบ้านคุณเอง แต่ว่า ร้านมันอยู่ไกลเหลือเกิน ตั้ง 1.5 กิโลเมตร และฝนก็ตกหนักและก็ดึกมากแล้ว รถรับจ้างก็คงไม่มีแล้วแน่ ๆ แล้วคุณยังต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า สวมรองเท้าอีกต่างหาก จากปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องการกินสเต็กมากพอ และจะเปลี่ยนเสื่อผ้าแล้วลงทุนเดินตากฝนไปเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตรรวมไปและกลับ ฉะนั้น คุณจึงนอนดูทีวีอยู่ที่บ้านดีกว่า เพราะแท้ที่จริงแล้ว คุณไม่ได้ต้องการสเต็ก แต่คุณหวังว่าคุณจะได้กินสเต็กเท่านั้น ถ้าคุณต้องการกินสเต็กจริง ๆ คุณก็ต้องหาทางออกไปกินจนได้ ความต้องการกับความหวังมันจึงแตกต่างกัน
       คนจำนวนมากหวังว่า จะมีรายได้มาก ๆ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แต่เขาเหล่านั้นไม่ต้องการที่จะบังคับตัวเองให้ลงมือกระทำเพื่อที่จะได้มาซึ่งสิ่งที่เขาหวัง เขามองว่าการทำธุรกิจ
MLM เป็นเรื่องง่าย ๆ เหมือนการซื้อสลากกินแบ่ง เพียงเริ่มต้นแล้วก็รอ รอ หวัง หวัง หวังว่าจะถูกรางวัล ผู้ที่มีแค่หวังว่าจะมีรายได้อย่างนั้นอย่างนี้ จะไม่ลงมือกระทำอะไร นอกจากควานหาสาเหตุว่าทำไม ทำไมเขาไม่สามารถลงมือกระทำได้ ไม่มีเงิน ไม่มีเวลา ไม่มีรถ ไม่มีโทรศัพท์ ฯลฯ แนวความคิดและการกระทำดังกล่าวถูกยั่งรากฝังลึกเข้าไปจนกลายเป็นวิธีการดำรงชีวิต วิธีเดียวที่จะพลิกสถานการณ์ดังกล่าวได้ คือ การลุกขึ้นมาจากที่นอนแล้วตะโกนให้สุดเสียงเลยว่า พอแล้ว พอกันที ฉันจะทำอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น และฉันจะเริ่มวันนี้ เดี๋ยวนี้ ฉันจะลงมือกระทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อให้ถึงจุดหมายที่ฉันต้องการ เพราะไม่มีใครทำให้ฉันนอกจากตัวฉันเอง" แน่นอนค่ะ คุณจะต้องเจอกับปัญหานานัปการ แน่นอนว่าต้องเจอกับความล้มเหลวความสำเร็จคละเคล้ากันไป เป็นธรรมดา
       จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเคยมีบุคคลสำคัญท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า " ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่สถานะที่บุคคลสามารถก้าวกึง หากแต่ว่าวัดกันที่อุปสรรคที่บุคคลนั้นฝ่าฟันมาสำเร็จ "  กับอีกคนสำคัญของประเทศอเมริกาที่ดิฉันชอบมากได้กล่าวไว้ว่า " ไม่มีเคล็ดลับในการประสบความสำเร็จ ความสำเร็จนั้นเป็นเพียงผลของการเตรียมการ ผลของการทำงานหนัก และการเรียนรู้จากความผิดพลาด "  คุณต้องรู้เข้าไปลึกว่า คุณต้องการอะไร หากปราศจากความต้องการแล้ว หากคุณไม่มีเชื้อเพลิงและพลังงานพอที่จะเดินหนีจากความล้มเหลวสู่ความสำเร็จ คุณก็จะอยู่กับความล้มเหลวต่อไป  เพราะฉะนั้นหากพบคนที่บอกว่าฉันไม่มีเงินลงทุน ก็แสดงว่าบุคคลนั้นไม่มีความต้องการนั่นเอง เมื่อคุณมีความต้องการคุณจะต้องมีทัศนคติในการที่จะเอาชนะอุปสรรคต่างๆ เมื่อนั้นคุณจะ...

1. ค้นพบแนวทาง
2. มีความคิดสร้างสรรค์
3. มีพละกำลังที่จะทำงานหนัก
4. มีสมองที่จะทำงานฉลาดขึ้น
5. ไม่มีวันหยุดและท้อถอย
6. ไม่มีอะไรมายับยั้งท่านได้

ดิฉันขอให้ทุกคนมองตัวเองในกระจก แล้วถามตัวเองว่าท่านต้องการอะไรกันแน่จริงๆ อย่าได้รอ อย่าได้แคร์อะไรไปมากกว่าเป้าหมายที่ต้องการความสำเร็จ แล้วเดี๋ยวคุณก็จะพบกับหน้าตาของความสำเร็จเอง

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

การเปลี่ยนแปลง (ที่ต้องยอมรับ)

คุณเชื่อไหมค่ะ..ทุกสิ่งบนโลกนี้ ไม่มีอะไรที่ยั่งยืน ยอมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทางไหน ดี หรือ ร้าย แต่แน่นอนธุรกิจ MLM ตอนนี้ที่ดิฉันกำลังเขียนถึงนี้ กำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี จากที่เคยรู้ๆ กัน ดิฉันมีวิธีที่จะให้คุณประสบความสำเร็จได้โดยที่เป็นรูปแบบใหม่ๆ ที่คุณต้องกล้าเปลี่ยนแปลงดู...
1. เราไม่ต้องเร่ขายฝัน ทำแล้วดี ทำแล้วได้ ทำแล้วดัง
2. เราไม่ต้องเดินทางไปชวนคน ตามสถานที่ต่างๆ เช่น
    ต่างจังหวัด, บนรถไฟฟ้า, รถเมล์, คนเดินถนน หรือคิด
    หาเหตุผล ร้อยแปด เพื่อชวนคนอื่นคุยด้วย
3. เราไม่ต้องออกไปประชุมดึก ๆ ดื่น ๆ
4. เราไม่ต้องเน้นขายสินค้า
5. เราไม่ต้องลิสต์รายชื่อ
6. เราไม่ต้องโทรชวน ญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง
7. เราไม่ต้องรับคำปฏิเสธอย่างเย็นชา หรือมองว่าเป็นตัวประหลาด อีกต่อไป
ในความคิดคุณ ณ ตอนนี้ คงจะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ ยอดเยื่ยมมาก หรือ มันจะมีจริงหรือ ไอ้วิธีแบบนี้ดิฉันบอกได้เลยว่ามีจริง ๆ ทุกวันนี้มีคนอยากรู้มากมาย แต่ยังหาไม่พบ ซึ่งคนต่างๆ เหล่านั้น ไม่ใช่ ญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูงหรือคนรู้จักเลย ที่เขาอยากรู้ และอยากทำได้ แต่ถ้าเป็นเดิมๆ ที่ต้องการกันในสิ่งที่เดิมๆ ที่มีอยู่มันไม่ใช่อีกแล้ว เพราะเค้าเหล่านั้นจะรู้เสมอกับความเหนื่อย พอแล้วกับการชวนคน ขายของ หรือ ลิสรายชื่อ แบบเดิม ๆ

ส่วนวิธีการทำธุรกิจแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปนี้จะเป็นแบบมืออาชีพมากขึ้น จะใช้ความรู้ความเข้าใจกฏธรรมชาติของมนุษย์ ขอให้เพื่อน ๆ นักธุรกิจ MLM ทกุคนต้องเข้าใจก่อนว่า มนุษย์ไม่ชอบถูกการยัดเยียด ไม่ชอบถูกขาย แต่ทุก ๆ คนชอบซื้อ แล้วการที่เราไปยัดเยียดธุรกิจเครื่อข่าย MLM ให้กับคนรู้จัก ญาติ พี่น้อง คนสนิทต่าง ๆ มันก็เหมือนกับที่เราไปขายเค้า โดยที่เราไม่รู้เลยว่า เค้ามีความต้องการเหมือนกับเราหรือไม่
ฉะนั้น การเรียนรู้ตรงนี้ดิฉันจะสอนให้ทุก ๆ คนได้มีโอกาสรู้จักการทำธุรกิจ โดยอาศัยกฏธรรมชาติ
ไม่ใช่บังคับขู่เข็นเค้า เราจะไม่บอกว่า ทำแล้วดี ทำแล้วได้ ทำเถอะจะรวยเองแน่นอน เพราะดิฉันเชื่อว่า ทุก ๆ คนส่วนใหญ่แล้ว คงจะเอียน กับคำพูดเหล่านี้แล้ว
เมื่อการทำธุรกิจของคุณไม่ได้เกิดจากการ บังคับ ความแข็งแกร่งของทีมงาน หรือธุรกิจของคุณก็จะมากขึ้นนั้นเอง นี่เป็นเพียง เหตุผล หลัก ๆ แรกๆ เพียงข้อที่หนึ่งของการเรียนรู้ การทำธุรกิจโดยอาศัยกฏธรรมชาติ”  เดี๋ยวในโอกาสต่อไปดิฉันมีข้อมูล และบทความดีดีให้คุณได้เรียนรู้อีกมากมายโปรดติดตามเป็นแฟนกันไปเรื่อยๆ นะ

ขอทิ้งท้ายว่า การประสบความสำเร็จธุรกิจเครือข่ายนั้น ไม่สำคัญว่าคุณทำเงินได้เท่าไหร่ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณช่วยเหลือคนอื่นได้มากเท่าไหร่ ต่างหากใช่หรือไม่

อารมณ์กับความสำเร็จ..คุณควบคุมได้

ในวันนี้ ตอนนี้ไม่ว่าจะทำธุรกิจตัวนี้ หรือตัวไหน อะไรใน MLM ก็ตามเรื่องอารมณ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ หลายคนชีวิตต้องมาพังกับอารมณ์เพียงแค่ชั่ววูบเดียว แต่การที่จะฝึกระงับอารมณ์โกรธ หรือเป็นคนขี้โมโหง่ายนั้น เป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆ คน แต่วันนี้ดิฉันจะมาแนะนำวิธีง่ายๆ สำหรับคนที่ขี้หงุดหงิด โมโหร้าย ให้กลายเป็นคนมีเหตุมีผล กับคำพูดคำแรกเพียง "คำเดียว" กลไกของมนุษย์นั้นจะทำงานเป็นระบบ คือ สิ่งต่างๆ ที่เรารับรู้จะมาสัมผัสกับเราอย่างแรกเลยก็คือ "ความรู้สึกหรืออารมณ์" แล้วก็ไปยังสมอง แล้วสมองก็สั่งงานไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งก็คือ ถ้าเราป้อนข้อมูลที่ดีลงไปก่อน สมองก็จะคิดหาเหตุผลที่ดีตามมาเองโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น มีดาวน์ไลน์ของคุณคนหนึ่งเข้าใจและทำผิดพลาด แล้วเผอิญคุณผ่านเข้าไปเห็นพอดี คำแรกที่คุณควรจะพูดก็คือ "ดีแล้ว หรือ ไม่เป็นไร" แล้วสมองก็จะคิดต่อไปว่า "คนที่ไม่เคยผิดพลาด คือคนไม่ทำอะไรเลย" เป็นต้น ซึ่งสมองจะคิดหาเหตุผลตามมาเองโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าคำแรกของคุณคือ "ซวยแล้ว หรือ ทำอะไรไม่ได้เรื่อง" แล้วสมองก็จะขยายคำพูดประโยคนั้นทันที ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าที่ตามมาคืออะไร

หลายคนคงเคยโดนแบบนี้มาแทบเกือบทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวดิฉันเอง ซึ่งคำแรกที่ออกมาจากปากของดิฉันบ่อยที่สุดคือ "โธ่เว้ย หรือไม่ก็ อะไรกันว่ะ" มันเหมือนยิ่งเติมอารมณ์บูดๆ เข้าไปอีก จนบางทีลุกลามใหญ่โตจนเสียเรื่องก็มี  ดิฉันเองเป็นคนที่โมโหง่ายมากๆ เคยลองฝึกดูหลายๆ อย่างแล้ว แต่พอถึงเวลาอารมณ์นั้นจริงๆ เปิดตำราแทบไม่ทัน แต่พอลองใช้วิธีนี้แล้ว แค่คำว่า "ไม่เป็นไร" คำเดียวทุกอย่างจบ จนเดี๋ยวนี้เป็นคำพูดที่ติดปากดิฉันไปซะแล้ว ง่ายๆ แบบนี้ดิฉันเชื่อว่าฝึกได้ไม่ยาก

ทีนี้มาถึงเรื่องของความสำเร็จที่ดิฉันขอฝากไว้อย่างนี้ว่า..ถ้าคุณคิดว่า ตัวเองไม่อาจมีความกล้า คุณก็จะสู้ไม่ได้  ถ้าคุณคิดว่า ตัวเองไม่มีความกล้า คุณก็จะไม่กล้า และถ้าคุณอยากจะเป็นผู้ชนะ แต่ขณะเดียวกันก็คิดว่า อาจจะไม่มีทาง เกือบเป็นสิ่งที่แน่นอนว่า คุณจะไม่มีทางชนะได้เลย
ถ้าคุณคิดว่า ตัวเองจะต้องเป็นผู้พ่ายแพ้ คุณก็จะพ่ายแพ้ ดิฉันได้พบว่า ในโลกนี้ความสำเร็จจะเกิดขึ้น ด้วยความมั่นใจในตัวมนุษย์ และทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภาวะจิตเพียงความเดียวเท่านั้น  ถ้าคุณคิดว่า ตัวเองต่ำต้อยกว่า คุณก็จะเป็นอยู่เช่นนั้น 
        ดังนั้น คุณจะต้องคิดให้สูงไว้ เพื่อพาตัวเอง พุ่งขึ้นไป คุณจะต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองเสียก่อน
คุณจึงสามารถได้รับรางวัลในสงครามแห่งชีวิตนั้น ชัยชนะ มิได้เป็นของผู้ที่แข็งแรงกว่า หรือเร็วกว่าเสมอไป  ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ผู้ที่จะได้รับชัยชนะ "คือผู้ที่คิดว่า ฉันทำได้ เท่านั้น" จงจำเอาไว้

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

เป็นฝัน เป็นจริง เป็นสิ่งที่ต้องการ (ของฉัน)

เป็นฝัน...
มันถือว่าเป็นความฝันที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองแบบนี้ จากชีวิตที่ผ่านมาของคนหนึ่งคน ที่ดูเหมือนคลื่นกระทบฝั่งตลอดเวลาไม่มีวันนิ่ง พอมาถึงตอนนี้ได้รู้แล้วว่า ทำไม เพราะเหตุใดชีวิตในแต่ละวันถึงเป็นแบบนั้น จึงทำให้คิดได้ว่า ถึงเวลาแล้วต้องเริ่มต้นทำอะไรบ้าง และเมื่อเริ่มต้น ตัวเราต้องทำได้ ทำจริง ทำเป็น สรุปคือ ต้องใช้ชีวิตแบบมีเป้าหมาย ต้องทำงานทุกอย่างด้วยใจรัก จริงจัง และจริงใจกับทุกคน  หากเปรียบเทียบกับที่ผ่านมาชีวิตก็เคยมีประสบการณ์มาไม่น้อย ชีวิตผ่านมา..ผ่านไป...ครั้งแล้วครั้งเล่าจนบางทีรู้ท้อแท้กับชีวิตที่ไม่สำเร็จเสียที หลายครั้งหลายคราในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นการงาน หรือสังคมเพื่อนฝูง ไม่เว้นแม้แต่สุขภาพก็ย่ำแย่ ปางตายจริงๆ  สุดท้าย ด้วยความดีที่ทำสะสมมา ได้ทำให้เกิดความเชื่อว่า บาปบุญคุณโทษนั้นมีจริง เราอาจจะมีบุญเก่าอยู่พอที่ชีวิตจะพลิกผันไปในทางที่ดีได้บ้าง อะไรจะเกิดที่ผ่านมาขอยอมรับ ยอมชดใช้ให้หมด มาจนถึงจุดนี้ จุดของการสร้างความเข้าใจในตัวเองใหม่กับการเปลี่ยนแปลงในสิ่งแวดล้อมใหม่ ทำให้ต้องตัดสินใจเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการขอเป็นคนใหม่ที่พูดดี คิดดี ทำดี อย่างมุ่งมั่นทั้งใจและกายทำใจของเรา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอันสูงสุดของความสุข ความสำเร็จ และความร่ำรวย
เป็นจริง...
จากวันนั้น ถึงวันนี้ หลังฝนตกท้องฟ้าย่อมสดใส ความเป็นจริงบางอย่างได้เปลี่ยนไป ชีวิตดีขึ้นบ้างเลยทำให้ได้เปิดตัว เปิดใจพบกับสิ่งดีดีสิ่งนั้นคือ ธุรกิจ MLM เป็นบริษัทของคนไทย เจ้าของบริษัทเขายินดีช่วยเหลือ และให้โอกาสคนจนสร้างรายได้ สามารถทำอย่างอิสระมี รายได้เสริมรวยได้ เมื่อเข้าใจจึงได้เริ่มต้นศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้ได้ความรู้สึกที่ดีขึ้นว่า เขาทำกันอย่างไร ความเป็นจริงของธุรกิจที่นี่คืออะไร จากนั้นก็เกิดความรู้สึกดี ความประทับใจที่ดีตามมานั่นคือ การได้ลองกิน ลองใช้สินค้า แล้วทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลง กับโรคอ้วนเป็นอยู่ ตอนนั้นมีน้ำหนักที่ 94 กิโล อยากจะบอกให้ทุกคนรู้..โรคอ้วนนี้ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตทำงานได้ตามปกติเลย ไม่สามารถยืนได้นาน ไม่สามารถหายใจออก มีอาการปวด ปวดเข่า ปวดข้อ ต้องฉีดยาเป็นประจำ จนวันหนึ่งที่ทนไม่ไหว ในปี 54 ถ้าไม่ตายก็คงเป็นอัมพาต (คงไม่ได้เห็นของลูกๆ) ขณะนั้นทำให้หมดเงินรักษาโรคอ้วนนี้เป็นแสนๆ บาท ทุกคลินิกในจังหวัดมีชื่อคนไข้โรคอ้วนที่ชื่อ พิวารา ได้ทดลองซื้ออาหารเสริมลดความอ้วนจากหลายบริษัทมากิน ก็ยังไม่ลด จนกระทั่งได้มารุ้จักสินค้าดีดีตัวหนึ่งจากบริษัท MLM แห่งนี้ เมื่อกินไปแล้วไม่นานก็ทำให้มีสุขภาพดีขึ้นอย่างคิดไม่ถึง และที่สำคัญมากไม่คิดว่าจะสามารถทำเป็นธุรกิจได้  ไม่นานหลังจากนั้น ชีวิตก็เปลี่ยนไปดีขึ้นเรื่อยๆ เหมือนโชค 2 ชั้นที่ได้ทั้งสุขภาพ รายได้(เงิน) ตามมา ได้ไปเที่ยวต่างประเทศจริงๆ ..นี่หล่ะ ความจริงจากการเริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายของฉัน
เป็นสิ่งที่ต้องการ...
นับเป็นสิ่งที่โชคดีหลังจากได้เข้ามาทำธุรกิจ MLM แล้ว เรื่องดีดีก็เกิดขึ้นอีก ต้องขอบอกว่าธุรกิจนี้มีคุณค่ามาก ไม่ใช่ว่าทำแล้วจบกันไปแต่ การทำงานเครือข่าย นี้ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และต้องอาศัยความอดทน เหมือนคำที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น  เมื่อเป็นเช่นนั้น กับสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ ยังไม่ตอบสนอง ก็ต้องพยายามดิ้นรนค้นหาความรู้ต่อไป จนกระทั่งได้มาเข้าโครงการวิชาการความรู้เกี่ยวกับการทำอย่างไรให้ได้เงินล้านกับอาจารย์ท่านหนึ่ง มันเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ประทับใจมากที่ไม่คิดว่าจะได้เรียนรู้..นั่นคือ คำสอนของผู้เป็นโค้ชทั้งด้านชีวิตและธุรกิจให้ นับตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักท่าน ท่านมีแต่ให้ เกือบลืมไป ขอแนะนำชื่อของท่านให้รู้จักท่านชื่อ  อาจารย์หยก ค่ะ ท่านสอนให้รู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน สอนให้ได้เห็นถึงการทำอย่างไรให้ได้สิ่งที่ต้องการ สอนให้เป็นคนดีที่เข้าใจโลก  มันเป็นโครงการพิเศษที่ดีมาก เพราะทำให้เข้าใจถึงอีกด้านหนึ่งของธุรกิจ MLM  นอกจากความรู้ทางวิชาการแล้วยังได้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าด้วย  รวมถึงการอยู่ร่วมกันสังคมที่ดี การปรับบุคลิกภาพให้เหมาะสมกับตัวเอง อาจารย์ท่านได้สอนให้พวกเราทุกคนอย่างเป็นกันเอง ท่านเป็นคนกำหนดคำเรียกพวกเราในนามเศรษฐีเป็นคนแรก ท่านสอนให้มองโลกในแง่ดี ฝึกให้รู้จักคิดบวก หลากหลายอย่าง ทำให้พูดได้ว่ายังมีอะไรอีกมากที่ต้องขอเรียนรู้กับท่านตลอดไป  ตอนนี้ชีวิตได้ทำให้เปลี่ยนแปลงไปมากจากเดิมหลายเท่า มีความสุขใจ ...เท่านั้นยังไม่พอ อาจารย์ยังให้กำลังใจ ข้อคิด แนวทางการแก้ไขปัญหาตลอดถึงวิธีการสร้างสรรค์อื่นๆ ในทุกครั้งที่มีปัญหา อาจารย์ไม่เคยตำหนิลูกศิษย์ มีแต่ให้สิ่งดีๆ ท่านเป็นผู้ให้ตลอดมา ท้ายนี้ ขอขอบพระคุณอ.หยก อีกครั้ง ที่เสียสละให้ความรู้ ความรัก ความเข้าใจ..กับพวกเรากลุ่มเศรษฐี จากนี้ไป..ขอนำเอาคำสอน คำแนะนำดีดี ไปใช้ ไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิต และธุรกิจ ML:M เพื่อให้ความสุข ความเจริญได้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพื่อน และสังคมต่อไป