ข้อเท็จจริงในธุรกิจเครือข่ายหรือ MLM Online ที่คุณต้องรู้ก่อนลงมือทำ! เรื่องจริงสิ่งที่คุณต้องทราบก่อนทำธุรกิจเครือข่ายนั้น คือ ความจริงที่ว่า 90% ของคนที่เข้ามาในธุรกิจนี้จะล้มเหลว โดย
60% ล้มเหลว หรือล้มเลิกไปภายในเดือนแรก !
(ใช่ค่ะภายใน 1 เดือนหลังการเริ่มต้น เป็นข้อมูลที่น่าตกใจค่ะ)
20% หยุดทำไปภายใน 6 เดือน
5% เลิกภายใน 1 ปี
5% เลิกทำแต่ยังเป็นสมาชิกซื้อสินค้าใช้ต่อไป
10% ที่คงอยู่
และ
มีไม่ถึง 3% ที่จะเดินทางไปสู่จุดสูงของธุรกิจเครือข่าย
คือ จุดที่หมดห่วงเรื่องเงินทอง เป็นอิสระจากสิ่งพันธนาการทั้งปวง จับจ่ายใช้สอยให้ตัวเอง ลูกหลาน ครอบครัวได้อย่างสบาย และ อย่างไม่มีขีดจำกัด น่าตกใจใช่ไหมค่ะ ! เพียง 3% เท่านั้นที่จะเติบโตต่อไปๆ อีก7% นั้นคือ ครึ่งๆ กลางๆ คือ สามารถมีรายได้จากธุรกิจเครือข่ายจริง แต่ไม่สามารถหยุดทำได้ เพราะถ้าเขาเหล่านั้นหยุดทำ ปริมาณรายได้ในระบบจะเหมือนน้ำในโอ่งรั่วค่ะ คือ จะรั่วออกไปเรื่อยๆ และในที่สุด ก็จะลดน้อยลงไปจนไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงตัวเองและธุรกิจได้ค่ะ แล้วคุณหล่ะค่ะ หากจะเข้ามาทำธุรกิจเครือข่าย MLM คุณอยากอยู่ในกลุ่มไหน 90%ที่ล้มเหลว 7%ที่ไปได้ระดับหนึ่งแต่ยังคงต้องดิ้นรนต่อไปเรื่อยๆ หรือ 3%ที่สามารถปลดปล่อยตัวเองจากสิ่งพันธนาการได้อย่างสิ้นเชิง คุณค่ะ ชิวิตเป็นของคุณเอง คุณค่ะ คุณต้องลิขิตตัวเองค่ะ
คุณค่ะ..ต่อให้คุณมีวิธีการที่จะช่วยนำคุณไปสู่ 3% ตรงนั้นได้ในอาชีพธุรกิจเครือข่าย แต่!ถ้าคุณไม่ลงมือทำ และไม่มุ่งมั่นตั้งใจ จริงจัง ดิฉันว่าคุณเองก็คงจะทราบคำตอบด้วยตัวเองนะค่ะ ด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเห็นคุณประสบความสำเร็จค่ะ ดิฉันขอเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้คุณก้าวไปสู่จุดหมายอย่างมั่นคงและมีพลังค่ะ ใครที่ติดตามแนวทางนี้ ดิฉันจะมีเทคนิควิธีที่การง่ายๆ ที่จะช่วยคุณทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ MLM Online ของคุณให้สำเร็จด้วยระยะเวลา และต้นทุนที่ต่ำกว่าวิธีดั้งเดิมค่ะ ไม่ต้องง้อ ไม่ต้องชวน ไม่เสียเพื่อน แต่มีรายรับเข้ามาในบัญชีทุกเดือน ขอให้ติดตามรับข่าวสารต่อไปเรื่อยๆ นะค่ะ ในเว็บไซต์แห่งนี้เอาไหม
แล้วมาถึงวันนี้..คนที่เคยเข้ามาทำนานแล้วทำไมไม่เห็นก้าวหน้าเสียที คุณเคยตั้งข้อสงสัยไหม? สงสัยถึงวิธีการอะไรไหม..ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้คนที่อยากทำธุรกิจเครือข่าย MLM ธุรกิจเครือข่ายออนไลน์เมื่อได้ทำธุรกิจ MLM มาตั้งนานแล้วทำไมไม่เห็นความก้าวหน้าสักทีเนี่ย (คงมีใครหลายๆ คนแอบสงสัย) แหม ! ดิฉันก็เคยสงสัยนะ แรกๆ ใหม่ๆ ก็เซ็งเหมือนกันหล่ะ แม้ดิฉันจะมีความมั่นใจในระบบการทำงานออนไลน์อยู่ก็ตาม แต่ที่เซ็งก็เพราะเป็นความรู้สึกตามธรรมชาติของมนุษย์ทั่วไป และดิฉันก็ไม่ได้เซ็งนานสักหน่อยค่ะ เซ็งสักอาทิตย์ก็เต็มที่แล้ว กลไกอัตโนมัติของจิตใต้สำนึกของดิฉันก็จะทำงานให้ จากเซ็งก็จะเริ่มหงุดหงิดว่า ทำไมมันเหมือนขาดอะไรไป จิดใจเราก็จะอยากเปิดคอมมานั่งอัพเดทข้อมูล ตรวจเมล์ ทำเว็บไซต์ พัฒนาเว็บไซต์ให้มีข้อมูลที่มีประโยชน์มากๆ ที่สำคัญคือ อยากจะเขียนเรื่องราวใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ถึงคนอ่านประจำของบล๊อกมากๆ เลย เหมือนดิฉันตอนนี้ได้นั่งเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้คนหลายๆ คนฟัง มันสนุกบอกไม่ถูกนะ แรกๆ ดิฉันก็สงสัยนะว่า จะมีอะไรมาเขียนเล่า แลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้เพื่อนๆ ได้นานแค่ไหน ดิฉันสงสัยว่า น่าจะไม่เกินสองเดือนคงจะหมดข้อมูลที่จะหาอะไรมาเขียนเล่า แต่ผิดคาด นี่ก็ปาเข้าไปจะอาทิตย์ที่ 2 แล้วนะที่เราได้มาเจอกันในพื้นเว็บที่นี้ เพื่อนหลายๆ คนก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน หลายคนก็แอบแวะมาอ่านเกือบทุกวัน บางครั้งดิฉันก็รู้สึกว่า จะทำให้คนอ่านประจำผิดหวังไหมหนอ ที่หลายๆ ครั้งเพื่อนๆ เข้ามาหาดิฉันที่นี่ แต่ดิฉันยังเขียนน้อยไป น่าจะเพิ่มอะไรเข้าไปอีกสักหน่อยไหม

เอาหล่ะ ! เรามาดูเปรียบเทียบธุรกิจออนไลน์กับร้านกาแฟกัน ร้านกาแฟที่เขานิยมเปิดร้านกันเป็นดอกเห็ด การลงทุนเครื่องไม้เครืองมือจำเป็นสมมุติว่า 5 หมื่น ค่าเข่ารายเดือน บางที่ก็ 3 พันบาท บางที่ก็เป็นหมื่น เปิดวันแรกปุ๊บ ขายได้ปั๊บ แหม! รวดเร็วทันใจมากๆ พอปลายเดือน
สรุป ยอดมาถ้าทำเลโอเคก็มีกำไรเหลือจากต้นทุน ท่าทางจะไปได้สวย และเห็นผลงานไวมาก แต่..แต่..แต่ยังก่อน เงินกำไรที่เกินมา หักกับค่าที่ลงทุนรอบแรกไปต้องดูว่ากี่เดือนจะคืนทุน และอนาคตยังต้องมองกันเป็นเดือนต่อเดือน บางเดือนอาจพอดี บางเดือนอาจกำไรมากมาย บางเดือนก็ขาดทุนบ้าง ถัวๆ กันไปอาจพอดี นี่คือช่วงแรก ปีแรกๆ แต่พอผ่านไปสักระยะ เรารู้ทางหนีทีไล่ รู้จักหาลูกค้า รักษาลูกค้าไว้ได้ ธุรกิจก็ค่อยๆเติบโตเรื่อยๆ เลี้ยงตัวเองไปได้ตลอดรอดฝั่ง และหากเรามีทุนเยอะ ตีโจทย์ทำเลแตก ยอมลงทุนค่าทำเลแพงๆ ยอมขาดทุนกับค่าใช้จ่ายปีแรกๆ ทั้งค่าตกแต่งร้าน อุปกรณ์ที่มาตรฐาน สวยงาม ค่าแรงงานที่ต้องจ้างประจำ แต่เพราะทำเลเราดีมากค่าใช้จ่ายรายเดือนย่อมมากตามมูลค่าทำเล และเราต้องมีเงินทุนหรือสายป่านที่ยาวพอที่จะรอได้ และแล้วเราก็จะมีกำไรมากมายเข้ามา แต่ข้อที่เราไม่รู้คือ เราต้องปล่อยสายป่านออกไปนานแค่ไหนต่างหากจึงจะพอ หากเงินเราไม่ถึงหรือใจเราไม่ถึง ก็เจ็บตัวหนักมากๆเลย และอาจจะเข็ดขยาดกับการลงทุนทำร้านกาแฟไปเลย เดี๋ยวจะเขียนเล่ายาวไปหน่อย ขอยกไปเขียนในตอนที่ 2 ดีกว่า…โปรดติดตามในตอนต่อไปค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น